ว๊า ... เผลอแป๊บเดียว วันนี้วันศุกร์ซะแล้ว
นี่แปลว่าฉันจะต้องกลับม.วันนี้นะเนี่ย
จริงๆเมื่อเช้าฉันตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 9 โมงเช้านะ
แต่ทำไมมันไม่ยอมปลุกก็ไม่รู้สิ แย่จัง ฉันเลยตื่นซะ 9 โมงครึ่ง
ก็ลุกมาอาบน้ำสระผม กินข้าว แล้วก็มาอัพบล็อคนี่แหละ
จริงๆฉันไม่ชินกับคำว่า " บล็อค " ซักเท่าไหร่เลยนะ
ฉันคุ้นเคยและรักในความเป็น " ไดอารี่ " มากกว่า
เวปนี้ไม่มีปฏิทิน ไม่มีกำหนดว่าวันนึงอัพได้กี่ครั้ง กี่เรื่อง
แต่ก็ถือว่าโอเค.ในระดับนึง เพราะฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นไดอารี่
ฉันต้องการแค่จะ ... คล้ายๆจะใช้พื้นที่ตรงนี้น่ะ
เป็นการบอกเล่าเรื่องราวและความรู้สึกต่างๆกับเธอมากกว่า
ถึงแม้จะรู้ว่าเธอไม่ได้เข้ามาอ่านก็ตามที
จะอ่านได้ยังไงล่ะ
ในเมื่อฉันไม่ได้บอกเธอว่าฉันมาแอบเขียนที่นี่
แต่เธอรู้แล้วว่าฉันแอบเขียนบล็อค แค่ไม่รู้ url เท่านั้นเอง
ดีแล้วล่ะ ฉันรู้ดี ... ว่าฉันไม่มีค่าอะไรพอที่จะให้เธอสนใจหรอก
แต่ไหนๆเธอก็จากฉันไปแล้ว ฉันไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรได้อีกแล้ว
แค่ฉันเพ้อเจ้อไปวันๆกับเธอ ... เธอซึ่งไม่มีตัวตนให้ฉันสัมผัสได้เหมือนเคย
ฉันทำแบบนี้ ... มันคงไม่มากไปใช่มั๊ย??
.
.
.
เมื่อคืนฉันนอนดึกอีกแล้วล่ะ
เหมือนเดิมแหละ ฉันนั่งเรื่อยเปื่อยอยู่หน้าคอม
ฟัง virgin hitz เหมือนเดิม แต่มาฟังช่วงพี่เพชรจ้าจัดรายการ
ไม่ได้ฟังช่วงพี่บอยจัดเท่าไหร่
อืมมม ... แปลกดี ช่วงเย็นพี่ดาด้ามาจัดคนเดียว
ดูจากเวปแคม พี่เค้าจัดเสร็จก็สะพายกระเป๋าออกไปเลย
จากนั้นพี่บอยก็มารับช่วงต่อ ฉันเลยงงๆ ปกติสองคนนี้จะจัดด้วยกันนี่นา
แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงฉันก็ปลื้มพี่กฤษณ์มากกว่าน่ะ
ฉัน search หารูปพี่กฤษณ์ตั้งนานสองนาน ไม่ค่อยมีเลย
ตอนนี้ฉันมีรูปพี่กฤษณ์แค่ 5 รูปเองนะ
เดี๋ยวจะไปขอรูปที่ถ่ายมาจริงๆในกล้องเพื่อน
แต่เท่าที่มีรูปอยู่ ฉันก็เอามา mix กันจนเป็น destop คอมของฉันแล้วล่ะ
นี่สงสัยฉันคงเป็นโรคพี่กฤษณ์ลิสซึ่มแล้วล่ะ
เธอว่าอย่างนั้นมั๊ย??
อืมมม ... ฉันจำได้ว่าเธอรู้ว่าฉันปลื้มนักร้องญี่ปุ่นคนนึงมากๆ
ที่ไดอารี่เดิม ฉันเคยเอารูปของเค้ามาทำ theme
แล้ววันนึงที่เธอไปคอมเมนท์ เธอบอกว่าให้เอาออกเถอะ
เธอบอกว่าไม่รู้ว่าจะเรียกความรู้สึกนั้นว่ายังไง อิจฉา หรือว่าหึง
เธอรู้มั๊ยว่าฉันแอบหัวเราะ ฉันไม่นึกว่าเธอจะรู้สึกแบบนี้
ถ้าเธอรู้สึกได้แบบอย่างหลังก็ดีน่ะสิ ฉันว่ามันน่ารักดีน่ะ ชอบจัง
ฉันชอบเวลาที่เธอแสดงท่าทีว่าห่วง หวง หรือหึงอะไรกับฉัน
ถึงแม้ว่าความจริงแล้วเราจะไม่ได้เป็นแฟนกัน
แต่ฉันก็ชอบที่เธอรู้สึกอย่างนั้น รู้รึเปล่า??
อย่างน้อย ... ฉันก็ได้รู้ว่าฉันมีผลต่อความรู้สึกของเธอบ้าง
ฉันยังพอมีความสำคัญบ้าง ...
ถึงแม้ตอนนี้ ... มันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ตาม
.
.
.
ฉันเคยทำตะบึงตะบอนกับเธออยู่ครั้งนึง
เหมือนฉันเอาแต่ใจและโวยวายว่าทำไมเธอไม่ยอมคบกับฉัน
ฉันได้ยกบทความเรื่องนึงให้เธอได้อ่าน เรื่องตากับยาย
เธอบอกว่าตากับยายนั้น เหมือนเธอกับเพื่อนคนนึงของเธอมากกว่า
ส่วนตัวฉันกับเธอ ... เธอบอกว่าเราไม่ได้ไม่รักกัน
ที่เราไม่ได้คบกัน เป็นเพราะมันยังไม่ถึงเวลา เธอไม่พร้อม
เธอรู้มั๊ยว่าคำพูดนั้นของเธอ ทำให้ฉันเข้าใจได้ว่ายังไง??
ที่เธอไม่พร้อม ... เพราะเธอรอเค้าคนนั้นกลับมา ...
แล้วเค้าก็กลับมาจริงๆ ฉันก็เลยถูกทิ้งลอยแพแบบนี้ไงล่ะ
และถึงแม้ใครจะมองว่าคำพูด คำสัญญาระหว่างฉันกับเธอ
จะเป็นเพียงคำพูดลมๆแล้งๆ เชื่อถือไม่ได้ ฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกนะ
และฉันไม่รู้ด้วยว่าเธอยังจดจำคำพูดเหล่านั้นได้อยู่มั๊ย
แต่สำหรับฉัน ... ฉันยังจำมันได้ดี และฉันก็รักษาสัญญาเสมอ
ถึงแม้ว่าวันนึงมันจะเป็นแค่สัญญาของฉันคนเดียวก็ตาม
.
.
.
เมื่อวานตอนบ่าย ฉันก็ได้คุยกับเธอทาง msn อีก
ฉันไม่แน่ใจว่าเธอแปลกใจรึเปล่า ว่าฉันกล้าทักเธอได้ยังไง
เพราะถ้าเผื่อเป็นเค้า สถานการณ์มันก็แย่
แต่เธอรู้มั๊ย ... ถึงแม้เราจะรู้จักกันได้ไม่เท่าไหร่
ฉันก็ใส่ใจในความเป็นเธอได้มากพอ ฉันรู้ว่าอะไรที่บ่งบอกถึงตัวเธอ
เธอบอกว่าเธอยังทำงานไม่เสร็จเลย
งานของเธอต้องส่งวันนี้ ฉันไม่รู้ว่าเธอจะทำเสร็จรึยัง
ฉันถามเธอว่า " เหนื่อยมั๊ย?? "
แค่คำว่าเหนื่อยมั๊ย?? ฉันไม่รู้ว่าเธอจะเข้าใจมันว่ายังไง
แต่คำนี้ ... ฉันถือว่ามันบ่งบอกว่าฉันเป็นห่วงเธอ
เธอบอกว่าเธอเหนื่อย แล้วก็ยังไม่สบายซะอีก
ฉันไม่เข้าใจเลยว่าคนของเธอดูแลเธอยังไง ถึงได้ปล่อยให้ไม่สบายแบบนี้
ทำไมไม่ดูแล ไม่ใส่ใจกันบ้าง
ฉันบอกให้เธอดูแลตัวเองดีๆ คำพูดนี้เธอรู้มั๊ยว่าฉันหมายความว่ายังไง
หมายความว่าถ้าเค้าดูแลเธอได้ไม่ดี เธอก็ควรดูแลตัวเองดีกว่า
และฉัน ... ก็คงไม่สามารถไปดูแลเธอได้
ฉันพอจะเข้าใจสันดานของคนของเธอดีหรอก
ถึงไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ฉันก็พอรู้ว่าเค้าเป็นคนยังไง
หลายครั้ง ... ที่ฉันได้รู้ว่าเค้าคนนั้นทำให้เธอหนักใจ เหนื่อยใจ
แต่เธอก็ทนเพราะว่าเธอรักเค้า ข้อนี้ฉันรู้ดี
รู้ดีเพราะฉันก็รู้สึกแบบนั้นกับเธอ
แต่ฉัน ... ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่าทน เพราะทุกอย่างนั้นฉันเต็มใจเอง
แม้จะเหนื่อย แม้จะท้อ แต่ฉันก็ยินดีที่จะรักเธอ
และจะรักเธอต่อไป ...
.
.
.
ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว ...
หวังว่าเธอคงไม่เที่ยวตะลอนๆบ่อยๆเหมือนเดิมนะ
ฉันอยากให้เธอตั้งใจเรียน อยากให้พยายามเข้าเยอะๆ
ฉันรู้นะว่าเธอเก่ง เธอทำได้ ฉันขอเป็นกำลังใจให้เธอก็แล้วกัน
ถึงแม้ว่ากำลังใจจากฉันตรงนี้ มันจะไม่มีแรงส่งไปไกลจนถึงเธอ
เพราะอาจมีกำลังใจของเค้าที่มากกว่า และใกล้เธอมากกว่า
แต่ฉันก็ขอแอบเชียร์เธออยู่ในใจนะ
ถ้าสอบครั้งนี้เธอตั้งใจและทุ่มเทกับมัน
ฉันว่าแม่ของเธอต้องได้ยิ้มและดีใจในเกรดของเธอแน่ๆ
พยายามเข้านะ สู้ๆ
.
.
.
นี่บ่ายๆฉันคงจะต้องเตรียมตัวกลับไปที่นู่นแล้ว
ไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ แต่ฉันบอกพ่อไว้ว่าสิ้นเดือน
พ่อแอบงอแงจนฉันอดที่จะแอบหัวเราะไม่ได้
พ่ออ้อนให้กลับทุกอาทิตย์ บอกว่าให้เห็นหน้าลูกสาวบ้างเถอะ
แหม ... ทำยังกะฉันกับพ่อได้เจอกันปีละครั้งอย่างนั้นแหละ
ฉันบอกพ่อไปว่า ขออยู่เที่ยวเล่นกับเพื่อนๆบ้าง
ก็เพื่อนๆน่ะสิ บ่นกันเหลือเกินว่าฉันชอบกลับบ้านบ่อยๆ
และทุกครั้งที่ฉันกลับบ้าน มักจะพลาดอะไรดีๆเสมอเลย แหะๆ
กลับไปนี่ฉันก็คงต้องคุยเรื่องหอกับเจ้าของหอ
บอกเค้าว่าฉันจะไม่ต่อสัญญาแล้ว ไม่รู้จะได้ค่าประกันคืนรึเปล่า
แล้วก็จะไปทำสัญญาจองบ้านด้วย ฉันจะอยู่บ้านกับเพื่อนๆน่ะ
ถึงแม้ว่าจะอยู่กันหลายคน ไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไหร่
แต่ฉันก็ชอบนะ เพื่อนเยอะๆ สนุกดีออก
.
.
.
อืมมม ... จำได้ว่าเมื่อวานที่คุยกัน เธอบอกว่า " ไว้เจอกัน "
ฉันแอบยิ้ม ... ยิ้มแบบปลงๆน่ะ
ฉันบอกไปว่า " คงได้เจอหรอก เจอกันวันเผาเค้าแล้วกัน "
จริงๆแล้วก็รู้นะว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่เราจะเจอกัน ไม่มีทางเลย
มีแค่ทางเดียว ... ถ้าเธอจะรอฉัน ...
คืนนี้ ...
เจอกันในฝันนะคะ
.
.
.
... ฉันเอง ...