2005/Sep/16

ว๊า ... เผลอแป๊บเดียว วันนี้วันศุกร์ซะแล้ว
นี่แปลว่าฉันจะต้องกลับม.วันนี้นะเนี่ย
จริงๆเมื่อเช้าฉันตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 9 โมงเช้านะ
แต่ทำไมมันไม่ยอมปลุกก็ไม่รู้สิ แย่จัง ฉันเลยตื่นซะ 9 โมงครึ่ง
ก็ลุกมาอาบน้ำสระผม กินข้าว แล้วก็มาอัพบล็อคนี่แหละ

จริงๆฉันไม่ชินกับคำว่า " บล็อค " ซักเท่าไหร่เลยนะ
ฉันคุ้นเคยและรักในความเป็น " ไดอารี่ " มากกว่า
เวปนี้ไม่มีปฏิทิน ไม่มีกำหนดว่าวันนึงอัพได้กี่ครั้ง กี่เรื่อง
แต่ก็ถือว่าโอเค.ในระดับนึง เพราะฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นไดอารี่
ฉันต้องการแค่จะ ... คล้ายๆจะใช้พื้นที่ตรงนี้น่ะ
เป็นการบอกเล่าเรื่องราวและความรู้สึกต่างๆกับเธอมากกว่า
ถึงแม้จะรู้ว่าเธอไม่ได้เข้ามาอ่านก็ตามที

จะอ่านได้ยังไงล่ะ
ในเมื่อฉันไม่ได้บอกเธอว่าฉันมาแอบเขียนที่นี่
แต่เธอรู้แล้วว่าฉันแอบเขียนบล็อค แค่ไม่รู้ url เท่านั้นเอง

ดีแล้วล่ะ ฉันรู้ดี ... ว่าฉันไม่มีค่าอะไรพอที่จะให้เธอสนใจหรอก
แต่ไหนๆเธอก็จากฉันไปแล้ว ฉันไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรได้อีกแล้ว
แค่ฉันเพ้อเจ้อไปวันๆกับเธอ ... เธอซึ่งไม่มีตัวตนให้ฉันสัมผัสได้เหมือนเคย
ฉันทำแบบนี้ ... มันคงไม่มากไปใช่มั๊ย??

.
.
.

เมื่อคืนฉันนอนดึกอีกแล้วล่ะ
เหมือนเดิมแหละ ฉันนั่งเรื่อยเปื่อยอยู่หน้าคอม
ฟัง virgin hitz เหมือนเดิม แต่มาฟังช่วงพี่เพชรจ้าจัดรายการ
ไม่ได้ฟังช่วงพี่บอยจัดเท่าไหร่
อืมมม ... แปลกดี ช่วงเย็นพี่ดาด้ามาจัดคนเดียว
ดูจากเวปแคม พี่เค้าจัดเสร็จก็สะพายกระเป๋าออกไปเลย
จากนั้นพี่บอยก็มารับช่วงต่อ ฉันเลยงงๆ ปกติสองคนนี้จะจัดด้วยกันนี่นา
แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงฉันก็ปลื้มพี่กฤษณ์มากกว่าน่ะ

ฉัน search หารูปพี่กฤษณ์ตั้งนานสองนาน ไม่ค่อยมีเลย
ตอนนี้ฉันมีรูปพี่กฤษณ์แค่ 5 รูปเองนะ
เดี๋ยวจะไปขอรูปที่ถ่ายมาจริงๆในกล้องเพื่อน
แต่เท่าที่มีรูปอยู่ ฉันก็เอามา mix กันจนเป็น destop คอมของฉันแล้วล่ะ
นี่สงสัยฉันคงเป็นโรคพี่กฤษณ์ลิสซึ่มแล้วล่ะ
เธอว่าอย่างนั้นมั๊ย??

อืมมม ... ฉันจำได้ว่าเธอรู้ว่าฉันปลื้มนักร้องญี่ปุ่นคนนึงมากๆ
ที่ไดอารี่เดิม ฉันเคยเอารูปของเค้ามาทำ theme
แล้ววันนึงที่เธอไปคอมเมนท์ เธอบอกว่าให้เอาออกเถอะ
เธอบอกว่าไม่รู้ว่าจะเรียกความรู้สึกนั้นว่ายังไง อิจฉา หรือว่าหึง
เธอรู้มั๊ยว่าฉันแอบหัวเราะ ฉันไม่นึกว่าเธอจะรู้สึกแบบนี้
ถ้าเธอรู้สึกได้แบบอย่างหลังก็ดีน่ะสิ ฉันว่ามันน่ารักดีน่ะ ชอบจัง

ฉันชอบเวลาที่เธอแสดงท่าทีว่าห่วง หวง หรือหึงอะไรกับฉัน
ถึงแม้ว่าความจริงแล้วเราจะไม่ได้เป็นแฟนกัน
แต่ฉันก็ชอบที่เธอรู้สึกอย่างนั้น รู้รึเปล่า??
อย่างน้อย ... ฉันก็ได้รู้ว่าฉันมีผลต่อความรู้สึกของเธอบ้าง
ฉันยังพอมีความสำคัญบ้าง ...
ถึงแม้ตอนนี้ ... มันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ตาม

.
.
.

ฉันเคยทำตะบึงตะบอนกับเธออยู่ครั้งนึง
เหมือนฉันเอาแต่ใจและโวยวายว่าทำไมเธอไม่ยอมคบกับฉัน
ฉันได้ยกบทความเรื่องนึงให้เธอได้อ่าน เรื่องตากับยาย
เธอบอกว่าตากับยายนั้น เหมือนเธอกับเพื่อนคนนึงของเธอมากกว่า
ส่วนตัวฉันกับเธอ ... เธอบอกว่าเราไม่ได้ไม่รักกัน
ที่เราไม่ได้คบกัน เป็นเพราะมันยังไม่ถึงเวลา เธอไม่พร้อม

เธอรู้มั๊ยว่าคำพูดนั้นของเธอ ทำให้ฉันเข้าใจได้ว่ายังไง??
ที่เธอไม่พร้อม ... เพราะเธอรอเค้าคนนั้นกลับมา ...
แล้วเค้าก็กลับมาจริงๆ ฉันก็เลยถูกทิ้งลอยแพแบบนี้ไงล่ะ

และถึงแม้ใครจะมองว่าคำพูด คำสัญญาระหว่างฉันกับเธอ
จะเป็นเพียงคำพูดลมๆแล้งๆ เชื่อถือไม่ได้ ฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกนะ
และฉันไม่รู้ด้วยว่าเธอยังจดจำคำพูดเหล่านั้นได้อยู่มั๊ย
แต่สำหรับฉัน ... ฉันยังจำมันได้ดี และฉันก็รักษาสัญญาเสมอ
ถึงแม้ว่าวันนึงมันจะเป็นแค่สัญญาของฉันคนเดียวก็ตาม

.
.
.

เมื่อวานตอนบ่าย ฉันก็ได้คุยกับเธอทาง msn อีก
ฉันไม่แน่ใจว่าเธอแปลกใจรึเปล่า ว่าฉันกล้าทักเธอได้ยังไง
เพราะถ้าเผื่อเป็นเค้า สถานการณ์มันก็แย่
แต่เธอรู้มั๊ย ... ถึงแม้เราจะรู้จักกันได้ไม่เท่าไหร่
ฉันก็ใส่ใจในความเป็นเธอได้มากพอ ฉันรู้ว่าอะไรที่บ่งบอกถึงตัวเธอ

เธอบอกว่าเธอยังทำงานไม่เสร็จเลย
งานของเธอต้องส่งวันนี้ ฉันไม่รู้ว่าเธอจะทำเสร็จรึยัง
ฉันถามเธอว่า " เหนื่อยมั๊ย?? "
แค่คำว่าเหนื่อยมั๊ย?? ฉันไม่รู้ว่าเธอจะเข้าใจมันว่ายังไง
แต่คำนี้ ... ฉันถือว่ามันบ่งบอกว่าฉันเป็นห่วงเธอ
เธอบอกว่าเธอเหนื่อย แล้วก็ยังไม่สบายซะอีก

ฉันไม่เข้าใจเลยว่าคนของเธอดูแลเธอยังไง ถึงได้ปล่อยให้ไม่สบายแบบนี้
ทำไมไม่ดูแล ไม่ใส่ใจกันบ้าง
ฉันบอกให้เธอดูแลตัวเองดีๆ คำพูดนี้เธอรู้มั๊ยว่าฉันหมายความว่ายังไง
หมายความว่าถ้าเค้าดูแลเธอได้ไม่ดี เธอก็ควรดูแลตัวเองดีกว่า
และฉัน ... ก็คงไม่สามารถไปดูแลเธอได้
ฉันพอจะเข้าใจสันดานของคนของเธอดีหรอก
ถึงไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ฉันก็พอรู้ว่าเค้าเป็นคนยังไง

หลายครั้ง ... ที่ฉันได้รู้ว่าเค้าคนนั้นทำให้เธอหนักใจ เหนื่อยใจ
แต่เธอก็ทนเพราะว่าเธอรักเค้า ข้อนี้ฉันรู้ดี
รู้ดีเพราะฉันก็รู้สึกแบบนั้นกับเธอ
แต่ฉัน ... ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่าทน เพราะทุกอย่างนั้นฉันเต็มใจเอง
แม้จะเหนื่อย แม้จะท้อ แต่ฉันก็ยินดีที่จะรักเธอ
และจะรักเธอต่อไป ...

.
.
.

ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว ...
หวังว่าเธอคงไม่เที่ยวตะลอนๆบ่อยๆเหมือนเดิมนะ
ฉันอยากให้เธอตั้งใจเรียน อยากให้พยายามเข้าเยอะๆ
ฉันรู้นะว่าเธอเก่ง เธอทำได้ ฉันขอเป็นกำลังใจให้เธอก็แล้วกัน
ถึงแม้ว่ากำลังใจจากฉันตรงนี้ มันจะไม่มีแรงส่งไปไกลจนถึงเธอ
เพราะอาจมีกำลังใจของเค้าที่มากกว่า และใกล้เธอมากกว่า
แต่ฉันก็ขอแอบเชียร์เธออยู่ในใจนะ

ถ้าสอบครั้งนี้เธอตั้งใจและทุ่มเทกับมัน
ฉันว่าแม่ของเธอต้องได้ยิ้มและดีใจในเกรดของเธอแน่ๆ
พยายามเข้านะ สู้ๆ

.
.
.

นี่บ่ายๆฉันคงจะต้องเตรียมตัวกลับไปที่นู่นแล้ว
ไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ แต่ฉันบอกพ่อไว้ว่าสิ้นเดือน
พ่อแอบงอแงจนฉันอดที่จะแอบหัวเราะไม่ได้
พ่ออ้อนให้กลับทุกอาทิตย์ บอกว่าให้เห็นหน้าลูกสาวบ้างเถอะ
แหม ... ทำยังกะฉันกับพ่อได้เจอกันปีละครั้งอย่างนั้นแหละ
ฉันบอกพ่อไปว่า ขออยู่เที่ยวเล่นกับเพื่อนๆบ้าง
ก็เพื่อนๆน่ะสิ บ่นกันเหลือเกินว่าฉันชอบกลับบ้านบ่อยๆ
และทุกครั้งที่ฉันกลับบ้าน มักจะพลาดอะไรดีๆเสมอเลย แหะๆ

กลับไปนี่ฉันก็คงต้องคุยเรื่องหอกับเจ้าของหอ
บอกเค้าว่าฉันจะไม่ต่อสัญญาแล้ว ไม่รู้จะได้ค่าประกันคืนรึเปล่า
แล้วก็จะไปทำสัญญาจองบ้านด้วย ฉันจะอยู่บ้านกับเพื่อนๆน่ะ
ถึงแม้ว่าจะอยู่กันหลายคน ไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไหร่
แต่ฉันก็ชอบนะ เพื่อนเยอะๆ สนุกดีออก

.
.
.

อืมมม ... จำได้ว่าเมื่อวานที่คุยกัน เธอบอกว่า " ไว้เจอกัน "
ฉันแอบยิ้ม ... ยิ้มแบบปลงๆน่ะ
ฉันบอกไปว่า " คงได้เจอหรอก เจอกันวันเผาเค้าแล้วกัน "
จริงๆแล้วก็รู้นะว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่เราจะเจอกัน ไม่มีทางเลย
มีแค่ทางเดียว ... ถ้าเธอจะรอฉัน ...

คืนนี้ ...
เจอกันในฝันนะคะ

.
.
.

... ฉันเอง ...

2005/Sep/15

วันนี้ฉันเขียนบล็อคที่นี่ได้เป็นวันที่สองแล้วนะ
รู้สึกว่ายังไม่ค่อยจะคุ้นซักเท่าไหร่เลยล่ะ
อีกอย่าง ฉันว่ามันตกแต่งได้ยากมากๆเลย
ดูสิ ... บล็อคของฉันไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลยนะเนี่ย
ออกจะดูแปลกๆด้วยซ้ำ ก็ฉันทำ Header ไม่เป็นนี่นา ...

ไม่เป็นไรหรอก
ฉันก็ไม่ค่อยชอบมองอะไรแค่เปลือกอยู่แล้ว
และไม่อยากให้ใครคิดแบบนั้นด้วย
ใส่ใจที่เนื้อหาดีกว่านะ ว่างั้นมั๊ย??

และที่ฉันมาเขียนที่นี่
ฉันกะว่าจะไม่ให้มีใครมาคอมเมนท์น่ะ
ไม่ใช่ว่าไม่ต้องการความคิดเห็นจากใครๆหรอกนะ
แต่ ... ฉันว่ามันดูเป็นการส่วนตัวดีน่ะ

.
.
.

เมื่อคืนฉันนอนดึกอีกตามเคย
และฉันคงนอนดึกได้ตรงวันเป๊ะๆเลย
ก็ตอนฉันเล่น msn อยู่น่ะ ฉันเห็น mail ของเธอ ( กับคนคนนั้น ) on ขึ้นมา
ฉันไม่แน่ใจหรอกนะว่าเป็นเธอหรือเป็นเค้า
ฉันมองชื่อที่ set เอาไว้อยู่นานสองนาน ก็คิดว่าเป็นเธอ
แต่ใจมันก็ตุ๊มๆต่อมๆ อยากทักแต่ไม่กล้า
ถ้าเป็นเค้าขึ้นมา ทั้งเธอและฉันน่ะตายแน่ๆเลย
ฉันเลยวานพี่คนนึงช่วย add mail และลองทักทายดู
พี่เค้าบอกว่าเข้าไปทักแล้ว แต่ไม่ตอบ แถมยังปิด mail อีก

ฉันบอกพี่เค้าว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจัดการเอง
ที่บอกแบบนั้น เพราะฉันมั่นใจเหลือเกินแล้วล่ะว่าเป็นเธอแน่ๆ
ดูจากชื่อที่เธอตั้งเอาไว้ และปฏิกิริยากับ mail แปลกๆแบบนั้นน่ะ
ฉันเลยทักเธอก่อน ด้วยการพิมพ์ว่า " ... "
เธอรู้มั๊ยว่าตอนนั้นหัวใจของฉันเต้นแรงจะจนฉันกลัวมันจะหลุดออกมาจากอกแน่ะ
ฉันตื่นเต้น ฉันกลัว หรืออะไรซักอย่างนั่นแหละมั๊ง
แต่พอคำตอบที่ได้กลับมา " คับ อยู่ไหนน่ะ "

เธอคิดว่าฉันรู้สึกยังไง??
ถ้าฉันจับต้องเธอได้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์
ฉันคงกระโดดกอดเธอให้หายใจไม่ออกเลยเชียวล่ะ

.
.
.

ฉันถามเธอว่าเธออยู่กับใคร เธอก็อยู่กับเค้า
ฉันก็ตกใจน่ะสิ นึกว่านั่งมองหน้าจอด้วยกันอยู่
เลยขอตัวลา ไม่คุย เธอรีบบอกว่าเค้านั่งอยู่เครื่องข้างหน้าเธอ
ฉันก็โล่งใจนิดนึง เลยคุยกับเธอต่อ แต่ก็กลัวว่าเค้าจะผ่านมามองเหมือนกัน
เธอบอกว่าเธอกำลังทำงานอยู่ ต้องทำ mv ส่ง
ฉันอยากจะช่วยเธอจัง คิดว่าเธอคงกำลังเครียดแน่ๆเลย
แต่ว่าฉันไม่ได้เรียนเอกที่เธอเรียนนี่นา ฉันเลยช่วยอะไรเธอไม่ได้
เลยได้แต่บอกให้เธอตั้งใจทำก็แล้วกัน
เธอจะคิดว่าคำพูดนี้เป็นกำลังใจให้เธอรึเปล่านะ??

คุยกันนิดหน่อยเธอก็ offline ไปซะเฉยๆ ไม่บอกลาเลย
ฉันคิดว่าเค้าคนนั้นคงจะรีบกลับล่ะมั๊ง เธอก็เลยรีบไป
ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้ฉันก็ดีใจมากแล้วที่ได้คุยกับเธอ
แม้จะเป็นแค่การสื่อสารผ่านตัวอักษร
แต่นั่น ... มันก็คือตัวเธอ ... คนที่ฉันรัก

.
.
.

คุยกับเธอเสร็จ ฉันก็นั่งเล่นเนตต่อเรื่อยเปื่อย
นึกถึง virgin radio ขึ้นมาเลยรีบเปิดเวปฟัง virgin hitz เดี๋ยวนั้นเลย
เมื่อคืนพี่ดีเจ petcha จัดรายการน่ะ
ตอนแรกๆก็ฟังได้นะ ไปๆมาๆฟังไม่ได้ เงียบไปเลย
ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นที่เนตของฉัน หรือ death air ของทางนู้น
แต่ฉันว่าเป็นที่เนตของฉันนี่แหละ นับวันยิ่งกะหรั่วเข้าไปทุกทีๆ

ฉันเลยเปลี่ยนไปฟัง solf แทน จนตี 2 กว่าๆก็ปิดคอมแล้ว
แต่ฉันยังไม่นอนหรอกนะ ฉันอ่านการ์ตูนต่อน่ะ
รู้สึกอินกับเรื่องนี้เหลือเกิน ทั้งสนุก ทั้งน่าติดตาม
น้องฉันซื้อมาทั้งนั้นแหละ ไม่น่าเชื่อว่าจะสนุกทุกเรื่องเลย

แล้วฉันก็หลับตอนเกือบๆจะตี 4 เวลานี้อีกแล้ว
เวลาที่ทำให้ฉันเป็นซอมบี้ยังไงล่ะ

.
.
.

ตื่นมาก็เที่ยงแล้ว แต่ฉันยังรู้สึกว่านอนไม่เต็มอิ่มเลยนะ
ก็คนอย่างฉันน่ะ นอนเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอหรอก
ตื่นมาก็มาช่วยพ่อพิมพ์งานนิดหน่อย แล้วก็กินข้าว
พ่อฉันทำไมชอบซื้อข้าวมันไก่มาให้กินก็ไม่รู้ ฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่

แล้วก็มานั่งเล่นเนตอีกตามเคย
มีคน add mail ฉันมาอีกแล้ว แล้วก็ไม่เข้ามาคุย
ฉันเบื่อจริงๆ และรู้สึกมันเป็นมารยาทที่ไม่ดีนะ ที่ให้อีกฝ่ายทักก่อน
ทั้งๆที่ตัวเองน่ะเป็นคน add มาแท้ๆ น่าเกลียดจริงๆเลย
ฉันถามว่าใครก็ไม่ตอบ ฉันเลยบล๊อคแล้วก็ลบทิ้งไปซะ น่ารำคาญมากเลย
นี่ทำให้ฉันนึกถึงตอนแรกที่เธอ add มานะ
เธอก็มัวแต่โยกโย้ไม่ยอมตอบว่าใคร พอฉันโกรธขึ้นมาก็หาว่าฉันดุ
สงสัยฉันอาจจะเป็นคนเดียวที่ดุเธอบ่อยๆละมั๊ง
ก็เธอชอบหาว่าฉันดุเธออยู่เรื่อยเลยนี่นา

แต่ถ้าเธอลองคิดดูให้ดีๆนะ
บางครั้งที่ฉันดุเธอน่ะ เพราะฉันห่วงเธอต่างหากล่ะ

.
.
.

และนี่ฉันก็กำลังฟัง virgin hitz อีกแล้ว
ช่วงบ่ายแก่ๆพี่กฤษคงมาจัดรายการล่ะมั๊ง
นี่ฉันตั้งหน้าตั้งตารอพี่กฤษคนเดียวเลยนะเนี่ย
ฉันรู้สึกชอบพี่เค้ามากเลย นี่คงจะต้องไปขอรูปมาจากเพื่อนซะแล้ว
แต่ไม่รู้ทำไมเพื่อนถ่ายมา 2-3 รูปเอง
นี่ถ้าเป็นกล้องฉันนะ สงสัยจะมีแต่รูปพี่กฤษแหง๋ๆเลย

คิดไปคิดมา ... เป็นดีเจก็ดีเหมือนกันเนอะ
งานเค้าไม่จำเจน่ะ แต่ละครั้งที่ออกอากาศก็เปิดเพลงแตกต่างกันไป
ไหนจะสถานการณ์ตอนที่รับสายหน้าไมค์หรือหลังไมค์
แล้วไหนจะเกมส์ หรือว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นให้คนฟังมีส่วนร่วม
เยอะแยะจะตายไป ฉันว่ามันเป็นงานที่น่าสนุกและน่าท้าทายดีนะ
แต่อย่างฉันนี่ทำไม่ได้แน่ๆ เพราะฉันขี้อายจะตายไป พูดก็ไม่เก่ง
แล้วถ้าเจออะไรไม่คาดฝันขึ้นมา ฉันคงแก้สถานการณ์ลำบาก
แต่พี่ตูนบอกไว้ว่าของแบบนี้ฝึกหัดกันได้
เธอว่าฉันน่าจะลองซักตั้งมั๊ย??
แต่สำหรับฉัน ฉันคิดว่าไม่ดีกว่านะ แหะๆ

.
.
.

พรุ่งนี้ฉันก็กลับไปที่ม.แล้วล่ะ
แล้วก็อาจจะอยู่ยาวไปจนถึงสิ้นเดือนเลยก็ได้
แปลกมั๊ยที่ฉันจะไม่กลับบ้าน เมื่อก่อนนี่จะกลับบ่อยมากๆ
อืมมม ฉันคิดว่าฉันก็อยากจะกลับบ้านเหมือนเมื่อก่อนน่ะแหละ
แต่อาทิตย์หน้าฉันอยากจะชวนเพื่อนๆไปเที่ยวกันน่ะ

แล้วนี่ก็ใกล้จะสอบ final แล้วนะ
ฉันยังไม่ได้อ่านหนังสือซักตัวเลยล่ะ แย่จริงๆ
แล้วที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยได้เข้าเรียนบางวิชาซะด้วยสิ
คอยดูแล้วกันนะว่าเทอมนี้ฉันจะอยู่หรือไป

จำได้ว่าช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เธอแอบขู่ฉันเอาไว้
เธอบอกว่าถ้าเกรดฉันไม่ถึง 2.7 น่ะ เธอจะไม่คุยกับฉันเด็ดขาดเลย
แล้วให้ตายสิ ... ทำไมปากเธอมันช่างศักดิ์สิทธิ์เหลือเกิน
ฉันได้แค่ 2.4 เท่านั้นเอง ... แล้วหลังจากนั้นมา ...
เธอกับฉันก็ไม่ได้คุยกันเลยจริงๆเนอะ
นี่ๆๆ ฉันว่าฉันโยงเรื่องราวได้มั่วจริงๆ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเกรดซะหน่อย
มันอยู่ที่ตัวเธอต่างหาก ... เธอเลือกที่จะไปเอง ...

.
.
.

ว๊า ... อะไรเนี่ย?? นี่ฉันกำลังจะเขียนให้ตัวเองร้องไห้รึเปล่า??
ไม่เอาแล้วๆๆ ฉันว่าฉันเลิกเขียนแค่นี้ดีกว่านะ

.
.
.

... ฉันเอง ...

2005/Sep/14

วันนี้เป็นวันแรกของการเขียนไดอารี่ที่นี่
จริงๆแล้วแต่เดิมน่ะ เขียนไว้อีกเวปนึง
แต่บังเอิญว่าเวปนั้นเกิดมีปัญหาใหญ่ขึ้นมา
เวปเลยปิดตัวลง อาจจะชั่วคราวหรือถาวรก็ไม่อาจรู้ได้
ตอนนี้ก็ยังรอคอยเวปนั้นกลับมา
เวปที่เปรียบเสมือนบ้าน เหมือนโลกส่วนตัว
แต่ทางเลือกของมนุษย์มีอยู่มากมายไม่ใช่เหรอ??
ในเมื่อเสียอีกอย่างไป เราก็สามารถเลือกอีกอย่างมาทดแทนได้
ทดแทนในด้านของวัตถุ แต่อาจแทนคุณค่าของจิตใจไม่ได้
คงเพราะขึ้นอยู่กับเวลา ความรัก และความผูกพันละมั๊ง

แต่ไม่แน่นะ ...
การที่ตัดสินใจมาเขียนกับที่นี่
ต่อไปอาจจะปักหลักปักฐานสร้างบ้านใหม่ที่นี่ก็ได้
ที่ที่ใครๆก็ตามไม่เจอ
โดยเฉพาะเธอ ...

.
.
.


ที่ไดอารี่เดิมของฉัน
นับตั้งแต่วันที่ได้รู้จักกับเธอ ... จนถึงปัจจุบันที่ฉันเขียน
จะมีชื่อของเธอ เรื่องของเธออยู่ตลอด
จนฉันเคยแอบหัวเราะในใจว่า
นี่มันไดอารี่ของฉัน หรือไดอารี่ของเธอกันแน่นะ
ถ้าเอาความรู้สึกจริงๆ ฉันอยากให้เป็น " ไดอารี่ของเรา " มากกว่า
เธอจะรู้มั๊ยว่า ฉันอยากใช้คำว่า " เรา " ระหว่างฉันกับเธอ
แต่ ... มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย ไม่ได้เลยจริงๆ
ก็เลยต้องเป็นฉันกับเธออยู่นี่ยังไงล่ะ

ป่านนี้ ... ไม่รู้เธอจะเป็นยังไงบ้าง
จะรู้สึกตื่นเต้นกับวันเกิดที่จะใกล้ถึงในอีกไม่กี่วันนี้รึเปล่านะ??
ฉันว่าเธอคงจะตื่นเต้นไม่น้อยเลยล่ะ
และคงจะมีความสุขที่สุดด้วย เพราะเธอมี " คนคนนั้น " อยู่ข้างกายเธอ
แตกต่างจากปีที่ผ่านๆมาใช่มั๊ย??
แตกต่างกันตรงที่ว่าปีนี้ เธอมีคนที่เธอรักอยู่กับเธอ
คนที่เธอรักอย่างคนคนนั้น ...
ไม่ใช่คนที่รักเธอ ... อย่างฉัน ...

ฉันได้ยินน้อง ( เมท ) บอกกับฉันว่า
เมื่อวันศุกร์ที่แล้วเธอโทรหาฉัน โทรเข้าเบอร์หอ
น้องบอกว่าเธอพูดอะไรหลายอย่าง น้องจำได้ไม่หมด
น้องจำได้แค่ว่า ถ้ามีอะไรให้ฉันโทรหาพี่เดียว
ฉันงง ... ฉันไม่เข้าใจว่าเธอพยาพยามจะสื่อสารอะไรถึงฉัน
ฉันน่ะ ... ถึงแม้จะมีอะไรมากมายที่จะบอก จะพูดกับเธอ
แต่ถ้าฉันจะติดต่อ หรือพบปะเธอเป็นการส่วนตัวไม่ได้
ฉันจะต้องลำบากไปพึ่งพา ไปรบกวนคนอื่นทำไมกัน??

ฉันควรจะทำใจอยู่คนเดียวจะไม่ดีกว่าเหรอ??
ทำใจกับสถานการณ์ทุกวันนี้ที่ฉันต้องเผชิญกับมันอยู่
เธอคงไม่รู้หรอกนะว่าฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง
เธออาจจะเห็นภาพที่ฉันยังไปไหนมาไหนกับเพื่อนๆ
พูดคุย หัวเราะ เฮฮา ร่าเริง
ฉันไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันคือการสร้างภาพรึเปล่า
ในเมื่อความจริงที่ฉันกลับมาคนเดียว อยู่คนเดียว
ฉันต้องเผชิญกับความอ้างว้าง โดดเดี่ยว เดียวดาย
ความเหงา เคว้งคว้าง ความท้อแท้ การเหนื่อยใจ ... และน้ำตา
ฉันต้องเผชิญกับทุกอย่างที่เธอทิ้งไว้ให้กับฉัน
นับตั้งแต่วันที่เธอตัดสินใจจากฉันไปวันนั้นนั่นแหละ
ฉันต้องเผชิญกับทุกสิ่งที่ฉันไม่ต้องการจะสัมผัสกับมัน ...

เธอจะรู้มั๊ยว่าฉันเจ็บปวดแค่ไหน??
เธอจะเคยใส่ใจมารับรู้บ้างมั๊ย??
เธอเคยเอ่ยปากถามรึเปล่าว่าฉันใช้ชีวิตอยู่ยังไง??
เธอไม่เคยถาม ... ไม่เคยใส่ใจ ... ไม่เคยรับรู้ ...
ไม่เคยเลย ...

ถึงเธอจะใจร้ายกับฉันมากแค่ไหน
เป็นคนเลว ร้ายกาจแค่ไหนในสายตาของคนอื่นๆ
แต่เธอก็ยังเป็นคนดีคนเดิมของฉันเสมอ
เธอยังเป็นคนเดียวที่ฉันรัก และยังรัก
ถึงแม้ทุกวันนี้เธอจะรัก จะอยู่กับใครก็ตาม ...
ฉันก็จะยังทำตามที่เธอเคยบอก เคยขอฉันเอาไว้

ฉันยังรอเธออยู่ตรงนี้
ฉันจะไม่หนีเธอไปไหน ยังอยู่ที่เดิม
ยังรัก ... ยังรอเธอเหมือนเดิม ...

ถึงแม้ว่า ...
ทั้งเธอและฉันต่างก็ไม่รู้ว่าจะต้องรอไปเพื่ออะไรก็ตาม

.
.
.

เหนื่อยจัง ... เมื่อยเนื้อเมื่อตัวสุดชีวิตเลย
เธอรู้มั๊ยว่าฉันเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพเมื่อคืนนี้เอง
ฉันไปดูงานมาน่ะ ไปมาหลายที่เลย
ไปททท. ไปอาคารมาลีนนท์เพื่อไปดู Virgin Radio
ไปบริษัทที่ทำหนังสือในเครือ Seventeen
ไปที่มติชน ไปบริษัท Media of Media

ฉันก็รู้สึกโอเคกับทุกๆที่ที่ได้ไปนะ
แต่ที่ที่ฉันชอบที่สุดเลยคือ Virgin Radio นี่แหละ
ที่นี่อยู่อาคารมาลีนนท์ชั้น 14 แบ่งเป็นหลายคลื่น หลายห้องส่ง
ฉันโชคดีมากเลยที่ได้เข้าไปดูการทำงานที่ห้องส่งของ Virgin Hit
มีพี่ดีเจชื่อพี่กฤษณ์ ( ไม่ใช่พี่กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษ นะ )
พี่กฤษณ์นี่น่ารักมากๆ หน้าคล้ายเจสซี่ปนกะเอสเลยล่ะ
( เอสที่เล่นเป็นหว่าหวาในหนังเรื่องว้ายบึ้มฯน่ะ )
พี่เค้าพูดจาเป็นกันเองมากๆ ชอบคนแบบนี้จัง

ฉันยืนอยู่ข้างหน้าสุด ตรงที่พี่เค้าทำงานนั่นแหละ
เลยได้มองเห็นชัดเจน แอบมอง แอบยิ้มให้ตั้งหลายทีแน่ะ
นี่ถ้าเธอกับฉันยังคุยกันเหมือนเดิม เธอคงจะพูดว่าฉันหน้าม่อแน่ๆเลย
ฉันเปล่าน๊า ... แค่แอบปลื้มเอง
พี่เค้าเก่งมากเลย จบรัฐศาสตร์แต่มาเป็นดีเจ
ไม่ตรงสายงานแต่ว่าพี่เค้าทำมันได้ดี คนแบบนี้น่านับถือใช่มั๊ย??

ได้เห็นพี่เค้าจัดรายการสดๆตรงนั้นเลย รู้สึกทึ่ง
เห็นเครื่องไม้เครื่องมือเต็มไปหมด พี่เค้าก็ทำได้คล่องป๋อเลยล่ะ
ฉันคิดว่าพี่เค้าเป็นดีเจคนแรกที่ฉันคิดว่าจัดรายการได้ไม่น่าเบื่อเลย
แต่น่าเสียดาย ได้เห็นพี่เค้าจัดรายการแป๊บเดียว
เพระามีดีเจบอยกับดีเจดาด้ามารับช่วงต่อ
รู้สึกว่าวันนั้นดีเจดาด้าไม่มานะ เลยเห็นแต่ดีเจบอย
แต่งตัวแนวได้ใจมากเลย เท่ห์สุดๆ

และมีพี่อีกคนนึงที่เป็น Music Director ชื่อพี่ตูน
พี่คนนี้คุยเก่งมาก เป็นกันเองมากๆ แล้วก็แนะนำอะไรดีๆมากมายเลย
รู้สึกว่าพี่เค้าคุยไปก็มองหน้าฉันบ่อยๆ
อาจเป็นเพราะฉันเป็นเจ้าหนูจำไมล่ะมั๊ง เลยชอบซักถามบ่อยๆ
พี่เค้าเลยมองมาบ่อยๆ คุยด้วยบ่อยๆ เลยต้องพยักหน้าตามหงึกๆๆ
ตอนจะออกจากที่นี่ พี่ตูนก็ตามลงมาส่งถึงข้างล่างเลยล่ะ น่ารักมากเลย
ฉันนั่งอยู่บนรถก็โบกมือบ๊ายบายพี่เค้า พี่เค้าก็บ๊ายบายตอบ
จากนั้นฉันก็กลับเข้าที่พัก พักที่คุรุสภาน่ะ

เข้าที่พักก็อาบน้ำแต่งตัวแล้วออกไปเดินข้าวสารกับเพื่อนๆ
คืนนั้นไม่รู้เป็นไร คนน้อย และข้าวของก็น้อยมากๆ
ก็เลยคิดว่าจะไปสะพานพุธกัน พอไปถึงก็เก้อกันหมดเลย
ลืมไปน่ะสิว่าวันจันทร์ที่สะพานพุธเค้าไม่ขายของ
เลยเปลี่ยนใจไปเดินสวนลุมดีกว่า

ฉันว่าที่สวนลุมนี่กว้างและของเยอะมาก เดินไม่หมดเลย
เสียอย่างเดียวที่ของส่วนมากแพงไปหน่อย เน้นขายให้ชาวต่างชาติมั๊ง
ฉันซื้อแค่กระเป๋าใบนึง และกระโปรงแขกแบบที่อยากได้ตัวนึง
เดินดูของกันจนประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ ฝนก็เริ่มตกก็เลยกลับ
แท็กซี่คันที่นั่งขากลับเนี่ย บอกว่าไปคุรุสภา แต่เค้าไม่รู้จักทาง
เลยงงๆมั่วๆไปด้วยกัน คนขับก็หัวเราะ พวกฉันและเพื่อนๆก็หัวเราะ
แต่สุดท้ายก็มาถึงจนได้แหละ หมดไปร้อยกว่าบาท
อาจารย์ยังแอบสงสัยเลยว่าโดนแท็กซี่หลอกรึเปล่า

คืนนั้นไม่ได้นอนกันหรอก เล่นไพ่กันต่อ ฉันเสียตังค์ไปร้อยนึง
นั่งเล่นๆกันก็มีเพื่อนของนัทมาเล่นด้วย ชื่อใหม่
ตอนแรกนึกว่ารุ่นน้อง เพราะตัวเล็กมากๆ จริงๆก็รุ่นเดียวกันนี่แหละ
ใหม่เรียนที่พระนคร ก็ใกล้ๆนี่เอง ใหม่เลยเดินมาไง
เสียงใหม่แง๊วๆมากเลย ตอนแรกไม่เอะใจอะไรเท่าไหร่
ไปๆมาๆ รู้เลยว่าใหม่เป็นทอม ก็โอเคนะ น่ารักดี
ถ้าไม่ติดว่าฉันรักเธอล่ะก็ ... ฉันคงจีบใหม่ติดไปแล้ว ...
( ล้อเล่นน๊า .... แหะๆ )

แอบสังเกตว่าใหม่ชอบมอง ชอบยิ้มให้ ชอบคุยด้วยไรงี้
แล้วตอนแรกที่เล่นกัน นัทนั่งคั่นไง
พอนัทไปนอน ใหม่เลยลงมานอนใกล้ฉัน
ฉันว่าจะแซวซะหน่อย ให้นอนตักก็ได้นะ แต่ไม่เอาดีกว่า แหะๆ

เล่นเสร็จก็นอนคุยกะเพื่อนต่อ คุยเรื่องของเธอ และคนคนนั้นของเธอ
ฉันก็เพิ่งได้รู้อีกนั่นแหละว่าคนของเธอเนี่ยช่าง ...
ช่างเถอะ ฉันไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว
เดี๋ยวมีปัญหาเหมือนครั้งที่ฉันเล่าเรื่องนั้นให้เธอฟัง
ฉันไม่อยากมีปัญหากับเพื่อน กับเธอ หรือกับใคร
ฉันขอเป็นฝ่ายรับฟังฝ่ายเดียวก็คงพอแล้วล่ะ
เรื่องบางเรื่อง แกล้งโง่ซะบ้างก็คงจะดี เธอว่าอย่างนั้นมั๊ย??

ตื่นมาอีกทีเกือบเจ็ดโมง แทบจะไม่ทัน เพราะอาจารย์นัดเจ็ดโมงครึ่ง
แล้วต้องมาใส่สูทอีก ยุ่งยากมากเลย แต่ก็เวลาเหลือเฟือ
เพราะพอไปถึงที่รถคนอื่นๆยังไม่มา เลยไปกินข้าวกันก่อน
ก็หาก๋วยเตี๋ยวแถวนั้นกินนั่นแหละ แล้วก็ขึ้นรถไปดูงานต่อ

ช่วงเย็นอาจารย์ก็ปล่อยไปเดินเซ็ลทรัลลาดพร้าว
เพื่อนๆตกลงกันว่าจะแยกกันเดิน เพราะจะได้เร็ว ไม่ต้องรอกัน
ผู้ชายก็เดินกันไป ผู้หญิงก็เดินกันไป ก็โอเค. จะได้ไม่รำคาญกัน
ฉันเดินดูของแค่ชั้น G ก็เหนื่อยจะแย่ เหนื่อยเพราะนั่งรถตั้งสองวัน
แต่ก็ยังมีแรงช๊อปนะ เดินไปซื้อสร้อยข้อมือ กำไล แล้วก็กิ๊บ
ไม่กี่อันแค่นั้นก็หมดไปแล้วสองร้อย แต่น่ารักดี ฉันชอบมากเลย

แล้วเดินผ่านร้านนึง เจอรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อในแบบที่ฉันอยากได้มานานแล้ว
จริงๆแบบนี้ Converse ก็มีนะ แต่มันไม่ถูกใจฉันเท่าไหร่
เวลาพับลงมันก็สวยดีหรอก แต่เวลาดึงขึ้นมันจะติดๆขา ดูลีบๆ ไม่สวย
แต่อันนี้ไม่เป็นแบบนั้น แล้วสีก็สวยด้วย ขาว - ส้ม
เดินเข้าไปถามราคา พี่เค้าบอกว่า 790 ก็โอเคนะ เลยหาไซส์ใส่
อืมมม ดูตรงพื้นรองเท้าด้านใน ไม่แน่ใจว่ามาจากจีนหรือฮ่องกงรึเปล่า
ถามพี่เค้าว่าลดได้เท่าไหร่ พี่เค้าบอกว่า 750 ต่อเหลือ 700 ก็ไม่ได้
ไปๆมาๆเลยได้ 730 ก็ยังดีเนอะ กัดฟันซื้อสุดฤทธิ์
ไม่เคยซื้อรองเท้าแพงขนาดนี้มาก่อนเลยอ่ะ แต่นี่ชอบมากจริงๆเลยซื้อ
ขากลับนี่แบบ ... ตังหมดเลย เหลือแค่ 180 ตลกมากๆอ่ะ
ว่าจะซื้อเสื้อน่ารักๆมาด้วย อดเลย

เออ ... ตอนเดินๆอยู่ เจอมด 3G ด้วย
ดูในทีวีนึกว่าจะตัวเล็กๆ แต่ตัวจริงสูงโคด ผอมมาก แล้วก็คล้ำๆอ่ะ
แต่ก็น่ารักดีนะ มีคนไปขอถ่ายรูป เค้าก็ไม่หยิ่งอ่ะ เพื่อนที่มาด้วยก็น่ารักเหมือนกัน
แล้วก็เจอปอย ( จำชื่อจริงไม่ได้ )
ตัวจริงก็น่ารักเหมือนในทีวีแหละ แต่ก้นใหญ่ชะมัดเลย แหะๆ
เออ ... วันที่ไปมาลีนนท์เจอหยาดด้วยนะ
ตัวจริงสวยกว่าในทีวีล้านเท่าเลย สวยมากๆ น่ารักมากๆ

แต่สำหรับฉันแล้ว ...
คงไม่มีใครน่ารักเท่าเธอแล้วล่ะ จริงมั๊ย??

กลับถึงม.ก็เกือบๆจะตี 4 แล้ว
ฉันบอกให้เค้าจอดรถให้หน้าหอเลย
พอถึงห้องก็รีบเก็บของ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็นอน
นอนแบบสลบเป็นตายมาก เหนื่อยมากๆ
ตื่นมาก็เกือบบ่ายโมงแน่ะ ฉันก็ลุกมาซักกระโปรงที่ซื้อมา
วันนี้ฝนตกอีกแล้ว ไม่รู้อีกกี่วันถึงจะแห้ง เบื่อจริงๆ
แล้วก็อาบน้ำ แต่งตัว ฝนหยุดพอดี ฉันเลยกลับบ้าน
ก่อนกลับก็เอาเสื้อผ้าไปส่งซัก รวมถึงสูทด้วย
เค้าบอกว่ากว่าจะได้อีกทีก็วันอาทิตย์แน่ะ ดูสิฝน มันตกตะบี้ตะบันจริงๆเลย

.
.
.

กลับมาถึงบ้านก็เจอแม่บ่นอีกแล้ว เรื่องใช้เงินเปลือง
ตราบใดที่ฉันมีเงินในมือ ฉันคงโดนบ่นไปอีกนานแหละนะ
แล้วแม่ก็บ่นเรื่องที่ฉันขายโทรศัพท์ด้วย
ก็อยากจะได้เครื่องใหม่นี่ ไม่ซื้อให้ซักที เลยขายประชดซะเลย
แม่แอบเสียใจหน่อยๆเพราะแม่กะจะใช้ต่อ
แล้วไม่รู้จะได้เครื่องใหม่อีกเมื่อไหร่เนี่ย ฉันเลยติดต่อใครไม่ได้เลย
แต่ก็อยู่ได้ ไม่ลำบากอะไร เพราะยังไงก็อยู่กับเพื่อนตลอด
ไม่จำเป็นต้องโทรหาใครก็ได้ กับที่บ้านก็ไม่ได้โทรหากันเพราะกลับทุกอาทิตย์

และกับเธอ ...
ฉันยิ่งไม่จำเป็นต้องมีโทรศัพท์เลย
เพราะยังไง ... ฉันกับเธอก็ไม่ได้โทรคุยกันอยู่แล้ว

แต่ ...
มันไม่ได้แปลว่าฉันไม่ได้คิดถึงเธอนี่นา
ฉันยังคงคิดถึงเธออยู่เสมอ ... ตลอดเวลา ...
คิดถึงมาก ... มากซะจน ...
คิดถึงเธอทีไร ฉันเป็นต้องร้องไห้ซะทุกทีเลยล่ะ
นี่แปลว่าน้ำตา ... ไม่ได้แปลว่าคนคนนั้นจะอ่อนแอเสมอไปใช่มั๊ย??
แต่ฉันก็อ่อนแออยู่ดี แหะๆ

.
.
.

ยังไงฉันก็คิดถึงเธอ เป็นห่วงเธอ และรักเธอ
ฉันหวังว่าลม ฝน ดวงดาว หรืออะไรก็ตามที่อยู่รอบตัวเธอ
มันจะนำพาความคิดถึง ความห่วงใย และความรักของฉันไปถึงตัวเธอบ้างนะ
หวังว่าเธอยังคงจะรับรู้มันบ้าง
ฉันอยากจะให้เธอรู้เหลือเกิน ... คนดีของฉัน ...

.
.
.

... ฉันเอง ...